Loading...

วันอังคารที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2553

คลิป ฮาๆ

ฮาๆๆๆ ดีนะลองดูดิ

ชุมนุมตลาดผ้า

video

เนทีรี่อยากดูปอยฝ้าย
  
video

ไม่ราดส้วม

video

เอ็มเจท้องผูก

video


จี.ไอ.โจ

video
ไม่กินปาร้า

video

วันพุธที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2553

HODDA CR-Z


HONDA  CR-Z
กลายเป็นอีกครั้งที่คำว่า "ฝรั่งเห็นก่อน แต่ญี่ปุ่นได้ขับเป็นชาติแรก" เป็นจริงอีกแล้ว เพราะแม้ว่าฮอนด้าจะนำรุ่นจำหน่ายจริงของ CR-Z ออกเปิดตัวเป็นครั้งแรกที่งาน ดีทรอยต์ มอเตอร์โชว์ 2010 แต่ทว่าในแง่ของการทำตลาด ฮอนด้าส่ง CR-Z ออกขายแล้วในตลาดญี่ปุ่น โดยตั้งราคาเอาไว้ที่ 2.268-2.498 ล้านเยน หรือ 793,000-874,000 บาท CR-Z ซึ่งเป็นคำย่อมาจาก Compact Renaissance Zero เป็นผลผลิตที่มาจากต้นแบบซึ่งอวดโฉมครั้งแรกในงานโตเกียว มอเตอร์โชว์ 2007 และจากนั้นในงานเดียวกันแต่เป็นอีก 2 ปีต่อมา ฮอนด้านำรุ่นที่ใกล้เคียงกับการผลิตขายจริงออกเปิดตัว ก่อนที่ดีทรอยต์จะเป็นงานแรกของการเปิดตัว Production Version










สำหรับรุ่นที่เห็นอยู่นี้ แม้ว่าจะเป็น JDM แต่ทว่าในเรื่องภาพรวมของตัวรถและระบบแล้วไม่ต่างจากเวอร์ชันที่ขายในตลาดทั่วโลก อาจจะมีผิดแผกไปบ้างก็เช่นฝั่งของพวงมาลัย อุปกรณ์มาตรฐานหรือตกแต่ง และตัวเลขของแรงม้าและแรงบิดที่ได้จากระบบ CR-Z มากับรหัสตัวถัง ZF1 และเป็นรถสปอร์ตที่แชร์พื้นฐานร่วมกับซับคอมแพ็กต์คาร์อย่างฟิต/แจ๊ซ และอินไซท์ โดยมิติตัวถังมีความยาว 4,080 มิลลิเมตร กว้าง 1,740 มิลลิเมตร สูง 1,395 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,435 มิลลิเมตร ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ไฮบริดแบบ IMA ซึ่งเป็นส่วนผสมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1,500 ซีซี i-VTEC กับมอเตอร์ไฟฟ้า โดยเลือกได้ระหว่างเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ หรือว่าจะเป็นอัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง หรือ CVT ตัวเครื่องยนต์กำลังสูงสุด 113 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 14.7 กก.-ม. ในรุ่นเกียร์ CVT และ 114 แรงม้ากับ 14.8 กก.-ม. ในรุ่นเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ที่รอบเท่ากันคือ 6,000 รอบต่อนาทีสำหรับแรงม้า และ 4,800 รอบต่อนาทีสำหรับแรงบิด ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 14 แรงม้า ที่ 1,500 รอบต่อนาที และแรงบิด 8 กก.-ม. ที่ 1,000 รอบต่อนาที โดยเมื่อทำงานร่วมกันแล้วจะให้อัตราเร่งเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ 2,000 ซีซี แต่มีความประหยัดน้ำมันดีกว่าด้วยตัวเลข 25 กิโลเมตรต่อลิตรสำหรับรุ่น CVT และ 22.5 กิโลเมตรต่อลิตรสำหรับรุ่นเกียร์ธรรมดา







ส่วนสเปกที่ขายในสหรัฐอเมริกา มีกำลังรวมทั้งระบบอยู่ที่ 122 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 17.6 กก.-ม. ที่ 1,000-1,500 รอบต่อนาที และผู้ขับสามารถเลือกโหมดการขับได้ 3 แบบ คือ Normal, Sport และ Econ ซึ่งเป็นการปรับระบบการทำงานของตัวรถ ทั้งในส่วนของลิ้นปีกผีเสื้อของเครื่องยนต์, พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า หรือระบบปรับอากาศให้สอดคล้องกับรูปแบบการขับ ส่วนระบบกันสะเทือนหน้าเป็นแบบแม็กเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบทอร์ชันบีม H-Shape ต่อจากญี่ปุ่น ฮอนด้าจะนำ CR-Z ไปเปิดตัวในยุโรป ส่วนบ้านเราถ้าอยากขับ คงต้องพึ่งผู้นำเข้ารายย่อยเป็นหลัก ส่วนราคา คงอยู่ในระดับ 2 ล้านกลางๆ อย่างแน่นอน

วันอังคารที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2553

เคยเห็นตัวเองปะ

เคยเห็นตัวเองตอนเป็นตากล้องเปล่า

อ้าว ลุงๆเป้าแตก งะ

การทดสอบรถของคนเกาหลี

มีวีดีโอมาให้ดูด้วยเลยครับ



เป็นการทดสอบรถ HYUNDAI ก็ O.K มากๆเลยนะลองเข้าไปดูกันนะ


video


วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2553

คอรถโบราณ

3 คัน 3 สไตล์ ความคลาสสิกที่ร่วมสมัย


ถ้านับดูแล้ว ในวงการรถโบราณนั้น มีเพียงไม่กี่คนที่คนในวงการนี้ยกนิ้วให้เป็นผู้ที่มีรถโบราณเยอะและมีคุณค่ามากมาย หนึ่งในนั้นก็คือคุณสุชาต วิริยะพานิช ที่หลายเสียงที่ตอบออกมาต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่านี่คือ อีกหนึ่งคนที่เป็นคอรักรถโบราณตัวจริง










ในงานหัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ปลายปีที่ผ่านมานั้นการันตีได้ว่าผู้ชายคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ เพราะครั้งนี้เขาได้นำรถโบราณจำนวน 3 คันได้แก่ เมอร์เซเดส ? เบนซ์ 300 , เมอร์เซเดส ? เบนซ์ 220 เอส และ โฟล์ก คามานเกีย มาร่วมขบวน









"ตัวผมเองชื่นชอบรถโบราณมาได้นานพอควร เพราะความแปลกของตัวรถ ประกอบกับเส้นสายลายเส้นของรถโบราณก็ดูสวยงาม และที่สำคัญรถโบราณยิ่งเรารักษามูลค่าของตัวรถจะมีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งแตกต่างจากรถใหม่ที่มูลค่าของตัวรถมีแต่จะเสื่อมลง"คุณสุชาต เล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปก่อนจะร่ายยาวถึงรถทั้ง 3 คันที่มาร่วมงานหัวหินวินเทจคาร์ในครั้งนี้











สำหรับรถทั้ง 3 คันที่เจ้าของได้นำมาอวดโฉมในงานครั้งนี้นั้น เจ้าตัวบอกเล่าว่า ถือเป็นรถที่รักมากทั้ง 3 คัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมอร์เซเดส ? เบนซ์ 220 เอส ปี 1958 ที่ถือว่าเป็นรถในฝัน ซึ่งเสน่ห์ที่ตรึงให้ทุกคนต้องมนต์ของรถคันนี้ก็คือ ความเป็นรถสปอร์ต 2 ประตู และมีหลังคาผ้าใบที่เป็นของดั้งเดิม และที่สำคัญรถคันนี้ถือเป็นรถที่หาดูได้ยากยิ่งในประเทศไทยและในโลก เนื่องจากว่าเป็นรถที่มีการผลิตขึ้นมาน้อยเพียงไม่กี่พันคันในโลก เรียกได้ว่าด้วยปัจจัยทั้งหมดทำให้ คุณสุชาติไม่ปฏิเสธ เมื่อมีคนมาหยิบยื่นโอกาสให้ได้เป็นเจ้าของรถคันนี้











โดยสภาพของตัวรถเมื่อได้มาในขณะนั้นถือว่าดี จะมีเพียงระบบเบรก ช่วงล่าง และระบบไฟที่ไม่ค่อยเรียบร้อย งานนี้จึงต้องมอบหมายหน้าที่ให้ช่างที่รู้จักมักคุ้นมาคอยดูแลรถให้ยังที่บ้าน โดยสาเหตุที่ต้องมีการให้ช่างเข้ามาดูแลที่บ้าน ก็สืบเนื่องมาจากรถโบราณส่วนใหญ่หากศูนย์ซ่อมหรืออู่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับตัวรถอาจจะมีการถอดอะไหล่หรือชิ้นส่วนบางชิ้นที่สำคัญออกไปซึ่งตรงนี้หากสูญเสียไปก็หมายถึงมูลค่าอันมากมายเพราะอะไหล่บางชิ้นนั้นหาได้ยากมาก เรียกได้ว่าเป็นบุคคลที่มีความละเอียดอ่อนรอบคอบคนหนึ่ง











นอกจากเมอร์เซเดส ? เบนซ์ 220 เอสที่เจ้าของโปรดปรานเป็นพิเศษแล้ว ยังมีเมอร์เซเดส ? เบนซ์ 300 ปี 1952 ที่เจ้าตัวเล่าให้ฟังว่าคันนี้กว่าจะได้มาต้องใช้เวลานานกว่า 5 ปีเลยทีเดียว ซึ่งสาเหตุที่ใช้เวลานานก็เนื่องมาจาก เจ้าของเดิมตั้งราคาขายของรถคันนี้อยู่ในอัตราที่สูงมาก แต่เมื่อถึงช่วงปี 2540 ที่เศรษฐกิจในประเทศไทยทรุดตัวลง ทางเจ้าของเดิมก็ได้มีการประกาศขายอีกครั้ง และทางเจ้าของคนใหม่อย่างคุณสุชาต ก็สามารถต่อรองราคาได้ งานนี้เลยรีบคว้ามาเก็บไว้ในกรุอย่างทันทีทันใด











และเมื่อได้รถโบราณคันใหม่เข้ามาในกรุ ภารกิจทุกอย่างก็เริ่มต้นขึ้น โดยตัวรถแม้จะมาในสภาพที่ดี และวิ่งได้ แต่ ก็ไม่ได้สมบูรณ์พอที่จะขับขี่ไปไหนได้ งานนี้เจ้าของคนใหม่จึงต้องมีการนำมาแต่งองค์ทรงเครื่องใหม่หมดทุกอย่าง ซึ่งกระบวนการดังกล่าวก็กินระยะเวลาค่อนข้างนาน เนื่องจากต้องมีการมองหาอะไหล่บางตัวที่หาได้ยาก











แม้ว่าต้องใช้ระยะเวลาในการเจรจากว่าจะเป็นเจ้าของและเมื่อได้มาก็ต้องใช้เวลาไปกับการซ่อมแซมอย่างยาวนานแต่ทางเจ้าของก็ไม่มีการท้อแต่อย่างใด พร้อมกันนี้เจ้าของยังบอกเล่าด้วยความภาคภูมิใจเกี่ยวกับรถคันนี้ว่า ?เป็นรถที่ผลิตขึ้นมาเพื่อผู้นำ อย่างนายกรัฐมนตรี หรือ ประธานาธิบดี ตัวรถเองมีความโดดเด่นตรงที่ความเป็นสปอร์ต มีหลังคาเปิดประทุนแบบผ้าใบ นอกจากนั้นแล้วรถคันนี้มีไลน์การผลิตเพียงแค่ 600 กว่าคันในโลกและในบ้านเราก็มีเพียงไม่กี่คัน ตรงนี้มันทำให้มูลค่าของตัวรถมันเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ?











ส่วนรถคันสุดท้ายที่คุณสุชาต จะพูดถึงในก็คือ โฟล์ก คามานเกีย ปี 1962 ที่โดดเด่นและสะดุดตาแก่คนรอบข้างไม่น้อย เพราะสีของตัวรถที่เจ้าของเดิมเลือกอย่าง สีชมพู ถือเป็นสีที่น้อยคนนักจะเลือกมาใส่ใว้ในรถของตัวเอง อย่างไรก็ตามแม้สีสันตัวรถจะสดใส และสะดุดตาแต่ทางเจ้าของคนใหม่ก็เล่าให้ฟังว่าหากมีโอกาสก็อยากจะเปลี่ยนกลับมาเป็นสีเดิมแบบออริจินัลตามยุคสมัยนั้นๆ โดยสาเหตุที่เลือกรถคันนี้มาเก็บไว้ในกรุอีกหนึ่งคัน ก็คือ การออกแบบ ดีไซน์ของตัวรถที่มีความโค้ง ความลาดของตัวรถ ประกอบกับความเป็นสปอร์ตที่ใส่ใว้ในรถคันนี้ ที่ได้ชื่อว่าเป็น คิง ออฟ โฟล์กสวาเก้น ทำให้ดูอย่างไรก็ปิ๊งไปในทุกส่วน











สุดท้ายคุณสุชาตเปรียบเทียบว่ารถทั้ง 3 คันนี้ มีการออกแบบที่ต่างกัน สมรรถนะก็แต่งกัน แต่ละคันมีเสน่ห์ในตัวของมันเอง ทำให้เป็นความคลาสสิกที่คอรถโบราณใฝ่ฝันหาและไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานแค่ไหนก็ยังคงเสน่ห์ไม่เสื่อมคลายแน่นอน!




เป็นไงครับถูกใจกันใหมครับ...navarablue

ลัดเลาะโชว์รูมรถใหม่ป้ายแดง มิตซูบิชิ นิว แลนเซอร์ มาพร้อม CNG มาจากโรงงาน

มิตซูบิชิ แลนเซอร์ ซีเอ็นจี


มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ส่งมิตซูบิชิ แลนเซอร์ ซีเอ็นจี เจาะกลุ่มลูกค้ารถยนต์นั่ง ชูจุดเด่นเลือกใช้งานได้ 2 ระบบ ทั้ง ซีเอ็นจี (CNG) และ แก๊สโซฮอล์อี 20 ที่ให้ความประหยัดยิ่งกว่า ตอบรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ เชื่อผลตอบรับเยี่ยม







มร. ทาคาอากิ คิชิอิ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักการตลาด บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าเมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทฯ ได้ แนะนำมิตซูบิชิ แลนเซอร์ 1.6 ซีเอ็นจี (CNG) เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับลูกค้าที่กำลังมองหารถยนต์นั่งที่ให้การ ประหยัดและมีสมรรถนะที่เป็นเยี่ยมสำหรับการใช้งานในแต่ละวัน



“จากภาวะ เศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านทำให้ลูกค้าหันมาให้ความสนใจรถยนต์นั่งซึ่งสามารถใช้ งานพลังงานทางเลือกรวมทั้งมีเครื่องยนต์ขนาดเล็กเพราะให้การประหยัดน้ำมัน ที่มากกว่า ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ในกลุ่มนี้เติบโตขึ้น โดยในส่วนของมิตซูบิชินั้นยอดขาย มิตซูบิชิ แลนเซอร์ ในช่วง7 เดือนแรกเติบโตขึ้นถึง 16.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการแนะนำมิตซูบิชิ แลนเซอร์ ใหม่ ที่สามารถรองรับน้ำมันพลังงานทางเลือก แก๊สโซฮอล์อี 20 ได้ อีกทั้งเมื่อพิจารณาถึงความคุ้มค่าคุ้มราคาแล้ว มิตซูบิชิ แลนเซอร์ ยังคงเป็นรถที่ให้ความคุ้มค่าคุ้มราคาเมื่อเทียบกับรถในกลุ่มเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อนำเสนอทางเลือกที่มากกว่าให้กับลูกค้า บริษัทฯ จึงได้แนะนำมิตซูบิชิ แลนเซอร์ ซีเอ็นจี เพิ่มเติมอีกหนึ่งรุ่น โดยถือเป็นรถที่ให้ทั้งความประหยัดและครบถ้วนด้วยสมรรถนะ โดยลูกค้าสามารถเลือกประหยัดไม่ว่าจะเป็นระบบน้ำมันจากแก็สโซฮอล์อี 20 หรือจะเลือกใช้พลังงานจากก๊าซซีเอ็นจี ซึ่งเรามั่นใจว่าจะมีส่วนกระตุ้นยอดขายของมิตซูบิชิ แลนเซอร์ให้เติบโตขึ้นอีก” มร.คิชิอิ กล่าว



สำหรับมิตซูบิชิ แลนเซอร์ 1.6 ซีเอ็นจี มาพร้อมการออกแบบภายนอกซึ่งไม่แตกต่างจากรุ่นเดิมที่ใช้น้ำมันเบนซิน ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวโดดเด่นอย่างมีสไตล์ และอุปกรณ์ตกแต่งครบครัน อาทิ มือจับประตูโครเมี่ยม* สปอยเลอร์หลังพร้อมไปเบรกแบบ LED* พร้อมชุดแต่ง Aero Part รอบคัน * ไฟตัดหมอก* ปลายท่อไอเสียสเตนเลส* และล้ออัลลอยสปอร์ต 5ก้าน ขนาด 16 นิ้ว สำหรับรุ่น SEi CVT และ ล้ออัลลอย 15 นิ้ว ลายใหม่ สำหรับรุ่น GLX MT และGLX CVT ในขณะที่การตกแต่งภายในให้ความหรูหรากว้างสบาย โดยในรุ่น SEi CVT ยังคงมาพร้อมอารมณ์สปอร์ตจากการตกแต่งภายในห้องโดยสารด้วยโทนสีดำ เบาะหนังสีดำ แผงคอนโซลลายคาร์บอน พวงมาลัยหุ้มหนังแบบ 3 ก้าน หัวเกียร์และด้ามจับเบรกมือหุ้มหนัง พร้อมแผงควบคุมอุณหภูมิสีไทเทเนียม นอกจากนี้ยังมีความสะดวกสบายครบครันไม่ว่าจะเป็นกระจกมองข้างที่ปรับและพับ ด้วยไฟฟ้า กระจกมองหลังแบบปรับสะท้อนแสง พวงมาลัยปรับระดับ สูง-ต่ำ พนักวางแขนพร้อมช่องวางแก้วที่บริเวณเบาะหลัง * สร้างความเพลิดเพลินในการขับขี่ ด้วยฟังก์ชั่นวิทยุที่สามารถเล่น MP3 พร้อมรีโมทคอนโทรลในทุกรุ่น (* เฉพาะรุ่น SEi CVT )







ในส่วนของ เครื่องยนต์นั้น มิตซูบิชิ แลนเซอร์ ซีเอ็นจี มาพร้อมขุมพลังจากเครื่องยนต์ 4G 18 ขนาด 1.6 ลิตร SOHC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อม เทคโนโลยี Bi Fuel System ที่สามารถเลือกใช้เชื้อเพลิงได้ 2 ระบบทั้งก๊าซธรรมชาติ ซีเอ็นจีและน้ำมันเบนซิน รองรับแก๊สโซฮอล์ อี 20 ที่ไม่ว่าจะเลือกใช้ระบบใดก็ให้การประหยัดพร้อมการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบเกียร์อัจฉริยะ INVECS III CVT 6 จังหวะ และเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ระบบกันสะเทือนรองรับอิสระ 4 ล้อ ด้านหน้า แบบแม็คเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบอิสระมัลติลิงค์พร้อมเหล็กกันโคลงหน้า-หลัง พวงมาลัยแร็คแอนด์พิเนียน พร้อมเพาเวอร์ช่วยให้ง่ายต่อการควบคุม ที่สำคัญยังคงมาพร้อมระบบตัวถัง RISE Body ตัวถังนิรภัยเอกสิทธิ์เฉพาะของมิตซูบิชิ คุ้มครองตั้งแต่หน้าจรดหลัง พร้อมคานเหล็กนิรภัยในประตูลดการยุบตัวเมื่อเกิดการชนจากข้างรถ เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่มากขึ้นจากระบบดิสค์เบรกทั้ง 4 ล้อ พร้อมระบบเบรก ABS และ EBD ปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยถุงลมนิรภัยด้านคนขับในรุ่น SEi CVT ปกป้องผู้ขับช่วยลดแรงกระแทกจากการชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกุญแจรีโมทในทุกรุ่น พร้อมมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยระบบเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ ติดตั้งตามาตรฐานโรงงานด้วยถังก๊าซแบบ Type II น้ำหนักเบา (หุ้มไฟเบอร์) พร้อมระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบหัวฉีด และสวิตช์เลือกใช้ก๊าซหรือน้ำมันเบนซิน ที่สำคัญยังให้การรับประกันเครื่องยนต์ และอุปกรณ์ CNG ซึ่งติดตั้งตามมาตรฐานของบริษัทฯ ด้วยนโยบายประกันคุณภาพสูงสุด 3 ปี หรือ 100,000 กม.







มิตซูบิชิ แลนเซอร์ ซีเอ็นจี มี 4 สีให้เลือก คือ สีดำ สีเงิน สีบรอนซ์ทอง และ สีเทาดำ โดยราคาจำหน่ายสำหรับรุ่น GLX MT อยู่ที่ 704,000 บาท รุ่น GLX CVT ราคา 744,000 บาท และรุ่น SEi CVT ราคา 847,000 บาท





ราคา Lancer CNG ดูได้จากลิ้ง  http://www.mitsubishi-motors.co.th/mitsubishi/model/modellineup.php




สำหรับลูกค้าที่กำลังมองหารถยนต์นั่งที่ให้ทั้ง สมรรถนะ และการประหยัดที่เป็นเยี่ยม สามารถชมและทดลองขับ “ มิตซูบิชิ แลนเซอร์ ซีเอ็นจี” ได้ที่โชว์รูมรถยนต์มิตซูบิชิทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

วันเสาร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2553

ความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์:::ไวรัสคอมพิวเตอร์

คอมพิวเตอร์ไวรัสเป็นชื่อเรียกสำหรับโปรแกรมประเภทหนึ่งที่มีพฤติกรรมคล้ายๆ กับไวรัสที่เป็นเชื้อโรค ที่สามารถแพร่เชื้อได้และมักทำอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตที่มันอาศัยอยู่ แต่ต่างกันตรงที่ว่าคอมพิวเตอร์ไวรัสเป็นแค่เพียงโปรแกรมเท่านั้น ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต




ไวรัสคืออะไร



ไวรัส คือ โปรแกรมชนิดหนึ่งที่มีความสามารถในการสำเนาตัวเองเข้าไปติดอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ได้ และถ้ามีโอกาสก็สามารถแทรกเข้าไประบาดในระบบคอมพิวเตอร์อื่นๆ ซึ่งอาจเกิดจากการนำเอาดิสก์ที่ติดไวรัสจากเครื่องหนึ่งไปใช้อีกเครื่องหนึ่ง หรืออาจผ่านระบบเครือข่ายหรือระบบสื่อสารข้อมูล ไวรัสก็อาจแพร่ระบาดได้เช่นกัน

การที่คอมพิวเตอร์ใดติดไวรัส หมายถึงว่าไวรัสได้เข้าไปฝังตัวอยู่ในหน่วยความจำคอมพิวเตอร์เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากไวรัสก็เป็นแค่โปรแกรมๆ หนึ่ง การที่ไวรัสจะเข้าไปอยู่ในหน่วยความจำได้นั้นจะต้องมีการถูกเรียกให้ทำงานได้นั้น ยังขึ้นอยู่กับประเภทของไวรัสแต่ละตัว ปกติผู้ใช้มักจะไม่รู้ัตัวว่าได้ทำการปลุกคอมพิวเตอร์ไวรัสขึ้นมาทำงานแ้้ล้ว

จุดประสงค์ของการทำงานของไวรัสแต่ละตัวขึ้นอยู่กับตัวผู้เขียนโปรแกรมไวรัสนั้น เช่น อาจสร้างไวรัสให้ไปทำลายโปรแกรมหรือข้อมูลอื่นๆ ที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือแสดงข้อความวิ่งไปมาบนหน้าจอ เป็นต้น



ประเภทของไวรัส



บูตเซกเตอร์ไวรัส





Boot Sector Viruses หรือ Boot Infector Viruses คือ ไวรัสที่เก็บตัวเองอยู่ในบูตเซกเตอร์ของดิสก์ การใช้งานของบูตเซกเตอร์คือเมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์เริ่มทำงานขึ้นมาตอนแรก เครื่องจะเข้าไปอ่านบูตเซกเตอร์โดยในบูตเซกเตอร์จะมีโปรแกรมเล็กๆไว้ใช้ในการเรียกระบบปฏิบัติการขึ้นมาทำงานอีกทีหนึ่ง บูตเซกเตอร์ไวรัสจะเข้าไปแทนที่โปรแกรมดังกล่าว และไวรัสประเภทนี้ ถ้าไปติดอยู่ในฮาร์ดดิสก์ โดยทั่วไปจะเข้าไปอยู่บริเวณที่เรียกว่า Master Boot Sector หรือ Parition Table ของฮาร์ดดิสก์นั้น ถ้าบูตเซกเตอร์ของฮาร์ดดิสก์ใดมีไวรัสประเภทนี้ติดอยู่ ทุกๆ ครั้งที่บูตเครื่องขึ้นมาโดย พยายามเรียกดอสจากดิสก์นี้ ตัวโปรแกรมไวรัสจะทำงานก่อนและจะเข้าไปฝังตัวอยู่ในหน่วยความจำเพื่อเตรียมพร้อมที่จะทำงานตามที่ได้ถูกโปรแกรมมา แล้วตัวไวรัสจึงค่อยไปเรียกดอสให้ขึ้นมาทำงานต่อไป ทำให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น



โปรแกรมไวรัส





Program Viruses หรือ File Intector Viruses เป็นไวรัสอีกประเภทหนึ่งที่จะติดอยู่กับโปรแกรม ซึ่งปกติก็คือ ไฟล์ที่มีนามสกุลเป็น COM หรือ EXE และบางไวรัสสามารถเข้าไปติดอยู่ในโปรแกรมที่มีนามสกุลเป็น sys และโปรแกรมประเภท Overlay Programs ได้ด้วย โปรแกรมโอเวอร์เลย์ปกติจะเป็นไฟล์ีที่มีนามสกุลที่ขึ้นต้นด้วย OV วิธีการที่ไวรัสใช้เพื่อที่จะเข้าไปติดโปรแกรมมีอยู่ 2 วิธี คือ การแทรกตัวเข้าไปอยู่ในโปรแกรม ผลก็คือ หลังจากที่โปรแกรมนั้นติดไวรัสไปแล้ว ขนาดของโปรแกรมจะใหญ่ขึ้น หรืออาจมีการสำเนาตัวเองเข้าไปทับส่วนของโปรแกรมที่มีอยู่เดิม ดังนั้นขนาดของโปรแกรมจะไม่เปลี่ยนและยากที่จะซ่อมให้กลับเป็นดังเดิม การทำงานของไวรัสโดยทั่วไป คือ เมื่อมีการเรียกโปรแกรมที่ติดไวรัสอยู่ ตัวไวรัสจะเ้ข้าไปหาโปรแกรมตัวอื่นๆ ที่อยู่ในดิสก์เพื่อทำสำเนาตัวเองลงไปทันทีแล้วจึงค่อยให้โปรแกรมที่ถูกเรียกนั้น ทำงานตามปกติต่อไป



ม้าโทรจัน





ม้าโทรจัน (Trojan Horse) เป็นโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นมาใ้ห้ทำตัวเหมือนว่าเป็นโปรแกรมธรรมดาทั่วๆ ไป เพื่อหลอกล่อผู้ใช้ให้ทำการเรียกขึ้นมาทำงาน แต่เมื่อถูกเรียกขึ้นมาแล้ว ก็จะเริ่มทำลายตามที่โปรแกรมมาทันที ม้าโทรจันบางตัวถูกเขียนขึ้นมาใหม่ทั้งชุด โดยคนเขียนจะทำการตั้งชื่อโปรแกรมพร้อมชื่อรุ่นและคำอธิบายการใช้งานที่ดูสมจริง เพื่อหลอกให้คนที่จะเรียกใช้ตายใจ จุดประสงค์ของคนเขียนม้าโทรจันอาจจะเช่นเดียวกับคนเขียนไวรัส คือ เข้าไปทำอันตรายต่อข้อมูลที่มีอยู่ในเครื่อง หรืออาจมีจุดประสงค์เพื่อที่จะล้วงเอาความลับของระบบคอมพิวเตอร์



ม้าโทรจันนี้อาจจะถือว่าไม่ใช่ไวรัส เพราะเป็นโปรแกรมที่ถูกเขียนขึ้นมาโดดๆ และจะไม่มีการเข้าไปติดตั้งในโปรแกรมอื่นเพื่อสำเนาตัวเอง แต่จะใช้ความรู้เท่าไม่ถึงการของผู้ใช้เป็นตัวแพร่ระบาดซอฟต์แวร์ที่มีม้าโทรจันอยู่ในนั้นและนับว่าเป็นหนึ่งในประเภทของโปรแกรมที่มีความอันตรายสูง เพราะยากที่จะตรวจสอบและสร้างขึ้นมาได้ง่าย ซึ่งอาจใช้แค่แบตซ์ไฟล์ก็สามารถโปรแกรมประเภทม้าโทรจันได้



โพลีมอร์ฟิกไวรัส





Polymorphic Viruses เป็นชื่อที่ใช้ในการเรียกไวรัสที่มีความสามารถในการแปรเปลี่ยนตัวเองได้ เมื่อมีการสร้างสำเนาตัวเองเกิดขึ้นซึ่งอาจได้ถึงหลายร้อยรูปแบบ ผลก็คือ ทำให้ไวรัสเหล่านี้ยากต่อการถูกตรวจจับ โดยโปรแกรมตรวจหาไวรัสที่ใช้วิธีการสแกนอย่างเดียว ไวรัสใหม่ๆในปัจจุบันที่มีความสามารถนี้เริ่มมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ



สทีลต์ไวรัส





Stealth Viruses เป็นชื่อเรียกไวรัสที่มีความสามารถในการพรางตัวต่อการตรวจจับได้ เช่น ไฟล์อินเฟกเตอร์ ไวรัสประเภทที่ไปติดโปรแกรมใดแล้วจะทำให้ขนาดของโปรแกรมนั้นใหญ่ขึ้น ถ้าโปรแกรมไวรัสนั้นเป็นแบบสทีลต์ไวรัส จะไม่สามารถตรวจดูขนาดที่แท้จริงของโปรแกรมที่เพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากตัวไวรัสจะเข้าไปควบคุมดอส เมื่อมีการใช้คำสั่ง DIR หรือโปรแกรมใดก็ตามเพื่อตรวจดูขนาดของโปรแกรม ดอสก็จะแสดงขนาดเหมือนเดิมทุกอย่างราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น



อาการของเครื่องที่ติดไวรัส



สามารถสังเกตุการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ถ้ามีอาการดังต่อไปนี้อาจเป็นไปได้ว่าได้มีไวรัสเ้ข้าไปติดอยู่ในเครื่องแล้ว อาการที่ว่านั้น ได้แก่



ใช้เวลานานผิดปกติในการเรียกโปรแกรมขึ้นมาทำงาน

ขนาดของโปรแกรมใหญ่ขึ้น

วันเวลาของโปรแกรมเปลี่ยนไป

ข้อความที่ปกติไม่ค่อยได้เห็นกลับถูกแสดงขึ้นมาบ่อยๆ

เกิดอักษรหรือข้อความประหลาดบนหน้าจอ

เครื่องส่งเสียงออกทางลำโพงโดยไม่ได้เกิดจากโปรแกรมที่ใช้อยู่

แป้นพิมพ์ทำงานผิดปกติหรือไม่ทำงานเลย

ขนาดของหน่วยความจำที่เหลือลดน้อยกว่าปกติ โดยหาเหตุผลไม่ได้

ไฟล์แสดงสถานะการทำงานของดิสก์ติดค้างนานกว่าที่เคยเป็น

ไฟล์ข้อมูลหรือโปรแกรมที่เคยใช้อยู่ๆ ก็หายไป

เครื่องทำงานช้าลง

เครื่องบูตตัวเองโดยไม่ได้สั่ง

ระบบหยุดทำงานโดยไม่ทราบสาเหตุ

เซกเตอร์ที่เสียมีจำนวนเพิ่มขึ้นโดยมีการรายงานว่าจำนวนเซกเตอร์ที่เสียมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนโดยที่

ยังไม่ได้ใช้โปรแกรมใดเข้าไปตรวจหาเลย





การตรวจหาไวรัส



การสแกน





โปรแกรมตรวจหาไวรัสที่ใช้ิวิธีการสแกน (Scanning) เรียกว่า สแกนเนอร์ (Scanner) โดยจะมีการดึงเอาโปรแกรมบางส่วนของตัวไวรัสมาเก็บไว้เป็นฐานข้อมูล ส่วนที่ดึงมานั้นเราเรียกว่า ไวรัสซิกเนเจอร์ (VirusSignature) และเมื่อสแกนเนอร์ถูกเรียกขึ้นมาทำงานก็จะเข้าตรวจหาไวรัสในหน่วยความทรงจำ บูตเซกเตอร์และไฟล์โดยใช้ไวรัสซิกเนเจอร์ที่มีอยู่



ข้อดีของวิธีการนี้ก็คือ เราสามารถตรวจสอบซอฟต์แวร์ที่มาใหม่ได้ทันทีเลยว่าติดไวรัสหรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้ไวรัสถูกเรียกขึ้นมาทำงานตั้งแต่เริ่มแรก

แต่วิธีนี้มีจุดอ่อนหลายข้อ คือ



1. ฐานข้อมูลที่เก็บไวรัสซิกเนเจอร์จะต้องทันสมัยอยู่เสมอ และครอบคลุมไวรัสทุกตัวมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

2. เพราะสแกนเนอร์จะไม่สามารถตรวจจับไวรัสที่ยังไม่มีซิกเนเจอร์ของไวรัสนั้นเก็บอยู่ในฐานข้อมูลได้

3. ยากที่จะตรวจจับไวรัสประเภทโพลีมอร์ฟิก เนื่องจากไวรัสประเภทนี้เปลี่ยนแปลงตัวเองได้

4. จึงทำให้ไวรัสซิกเนเจอร์ที่ใช้สามารถนำมาตรวจสอบได้ก่อนที่ไวรัสจะ้เปลี่ยนตัวเองเท่านั้น

5. ถ้ามีไวรัสประเภทสทีลต์ไวรัส ติดอยู่ในเครื่องตัวสแกนเนอร์อาจจะไม่สามารถตรวจหาไวรัสนี้ได้

6. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความฉลาดและเทคนิคที่ใช้ของตัวไวรัสและของตัวสแกนเนอร์เองว่าใครเก่งกว่า

7. เนื่องจากไวรัสมีตัวใหม่ๆ ออกมาอยู่เสมอๆ ผู้ใช้จึงจำเป็นต้องหาสแกนเนอร์ตัวที่ใหม่ที่สุดมาใช้

8. มีไวรัสบางตัวจะเข้าไปติดในโปรแกรมทันทีที่โปรแกรมนั้นถูกอ่าน และถ้าสมมติ

9. ว่าสแกนเนอร์ที่ใช้ไม่สามารถตรวจจับได้ และถ้าเครื่องมีไวรัสนี้ติดอยู่ เมื่อมีการ

10. เรียกสแกนเนอร์ขึ้นมาทำงาน สแกนเนอร์จะเข้าไปอ่านโปรแกรมทีละโปรแกรมเพื่อตรวจสอบ

11. ผลก็คือจะทำให้ไวรัสตัวนี้เข้าไปติดอยู่ในโปรแกรมทุกตัวที่ถูกสแกนเนอร์นั้นอ่านได้

12. สแกนเนอร์รายงานผิดพลาดได้ คือ ไวรัสซิกเนเจอร์ที่ใช้บังเอิญไปตรงกับที่มี

13. อยู่ในโปรแกรมธรรมดาที่ไม่ได้ติดไวรัส ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในกรณีที่ไวรัสซิกเนเจอร์ที่ใช้มีขนาดสั้นไป

14. จะทำให้โปรแกรมดังกล่าวใช้งานไม่ได้อีกต่อไป





การตรวจการเปลี่ยนแปลง



การตรวจการเปลี่ยนแปลง คือ การหาค่าพิเศษอย่างหนึ่งที่เรียกว่า เช็คซัม (Checksum) ซึ่งเกิดจากการนำเอาชุดคำสั่งและข้อมูลที่อยู่ในโปรแกรมมาคำนวณ หรืออาจใช้ข้อมูลอื่นๆ ของไฟล์ ได้แก่ แอตริบิวต์ วันและเวลา เข้ามารวมในการคำนวณด้วย เนื่องจากทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งหรือข้อมูลที่อยู่ในโปรแกรม จะถูกแทนด้วยรหัสเลขฐานสอง เราจึงสามารถนำเอาตัวเลขเหล่านี้มาผ่านขั้นตอนการคำนวณทางคณิตศาสตร์ได้ ซึ่งวิธีการคำนวณเพื่อหาค่าเช็คซัมนี้มีหลายแบบ และมีระดับการตรวจสอบแตกต่างกันออกไป เมื่อตัวโปรแกรมภายในเกิดการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าไวรัสนั้นจะใช้วิธีการแทรกหรือเขียนทับก็ตาม เลขที่ได้จากการคำนวณครั้งใหมจะเปลี่ยนไปจากที่คำนวณได้ก่อนหน้านี้



ข้อดีของการตรวจการเปลี่ยนแปลงก็คือ สามารถตรวจจับไวรัสใหม่ๆ ได้ และยังมีความสามารถในการตรวจจับไวรัสประเภทโพลีมอร์ฟิกไวรัสได้อีกด้วย แต่ก็ยังยากสำหรับสทีลต์ไวรัส ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความฉลาดของโปรแกรมตรวจหาไวรัสเองด้วยว่า จะสามารถถูกหลอกโดยไวรัสประเภทนี้ได้หรือไม่ และมีวิธีการตรวจการเปลี่ยนแปลงนี้จะตรวจจับไวรัสได้ก็ต่อเมื่อไวรัสได้เข้าไปติดอยู่ในเครื่องแล้วเท่านั้น และค่อนข้างเสี่ยงในกรณีที่เริ่มมีการคำนวณหาค่าเช็คซัมเป็นครั้งแรก เครื่องที่ใช้ต้องแน่ใจว่าบริสุทธิ์พอ คือต้องไม่มีโปรแกรมใดๆ ติดไวรัส มิฉะนั้นค่าที่หาได้จากการคำนวณที่รวมตัวไวรัสเข้าไปด้วย ซึ่งจะลำบากภายหลังในการที่จะตรวจหาไวรัสตัวนี้ต่อไป



การเฝ้าดู





เพื่อที่จะให้โปรแกรมตรวจจับไวรัสสามารถเฝ้าดูการทำงานของเครื่องได้ตลอดเวลานั้น จึงได้มีโปรแกรมตรวจจับไวรัสที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นโปรแกรมแบบเรซิเดนท์หรือ ดีไวซ์ไดรเวอร์ โดยเทคนิคของการเฝ้าดูนั้นอาจใช้วิธีการสแกนหรือตรวจการเปลี่ยนแปลง หรือสองแบบรวมกันก็ได้ การทำงานโดยทั่วไป ก็คือ เมื่อซอฟแวร์ตรวจจับไวรัสที่ใช้วิธีนี้ถูกเรียกขึ้นมาทำงานก็จะเข้าไปตรวจในหน่วยความจำของเครื่องก่อนว่ามีไวรัสติดอยู่หรือไม่โดยใช้ไวรัสซิกเนเจอร์ที่มีอยู่ในฐานข้อมูล จากนั้นจึงค่อยนำตัวเองเข้าไปฝังอยู่ในหน่วยความจำ และต่อไปถ้ามีการเรียกโปรแกรมใดขึ้นมาใช้งาน โปรแกรมเฝ้าดูนี้ก็จะเข้าไปตรวจโปรแกรมนั้นก่อนโดยใช้เทคนิคการสแกนหรือตรวจการเปลี่ยนแปลงเพื่อหาไวรัส ถ้าไม่มีปัญหาก็จะอนุญาตให้โปรแกรมนั้นขึ้นมาทำงานได้ นอกจากนี้โปรแกรมตรวจจับไวรัสบางตัวยังสามารถตรวจสอบขณะที่มีการคัดลอกไฟล์ได้อีกด้วย

ข้อดีของวิธีนี้ คือ เมื่อมีการเรียกโปรแกรมใดขึ้นมา โปรแกรมนั้นจะถูกตรวจสอบก่อนทุกครั้งโดยอัตโนมัติ ซึ่งถ้าเป็นการใช้สแกนเนอร์จะสามารถทราบได้ว่าโปรแกรมใดติดไวรัสอยู่ ก็ต่อเมื่อทำการเรียกสแกนเนอร์นั้นขึ้นมาทำงานก่อนเท่านั้น

ข้อเสียของโปรแกรมตรวจจับไวรัสแบบเฝ้าดูก็คือ จะมีเวลาที่เสียไปสำหรับการตรวจหาไวรัสก่อนทุกครั้ง และเนื่องจากเป็นโปรแกรมแบบเรซิเดนท์หรือดีไวซ์ไดรเวอร์ จึงจำเป็นจะต้องใช้หน่วยความจำส่วนหนึ่งของเครื่องตลอดเวลาเพื่อทำงาน ทำให้หน่วยความจำในเครื่องเหลือน้อยลง และเช่นเดียวกับสแกนเนอร์ ก็คือ จำเป็นจะต้องมีการปรับปรุงฐานข้อมูลของไวรัสซิกเนเจอร์ให้ทันสมัยอยู่เสมอ



คำแนะนำและการป้องกันไวรัส



สำรองไฟล์ข้อมูลที่สำคัญ

สำหรับเครื่องที่มีฮาร์ดดิสก์ อย่าเรียกดอสจากฟลอปปีดิสก์

ป้องกันการเขียนให้กับฟลอปปีดิสก์

อย่าเรียกโปรแกรมที่ติดมากับดิสก์อื่น

เสาะหาโปรแกรมตรวจหาไวรัสที่ใหม่และมากกว่าหนึ่งโปรแกรมจากคนละบริษัท

เรียกใช้โปรแกรมตรวจหาไวรัสเป็นช่วงๆ

เรียกใช้โปรแกรมตรวจจับไวรัสแบบเฝ้าดูทุกครั้ง

เลือกคัดลอกซอฟแวร์เฉพาะที่ถูกตรวจสอบแล้วในบีบีเอส

สำรองข้อมูลที่สำคัญของฮาร์ดิสก์ไปเก็บในฟลอปปีดิสก์

เตรียมฟลอปปีดิสก์ที่ไว้สำหรับให้เรียกดอสก์ขึ้นมาทำงานได้

เืมื่อเครื่องติดไวรัส ให้พยายามหาที่มาของไวรัสนั้น







การกำจัดไวรัส



เมื่อแน่ใจว่าเครื่องติดไวรัสแล้ว ให้ทำการแก้ไขด้วยความใคร่ครวญและระมัดระวังอย่างมาก เพราะบางครั้งตัวคนแก้เองจะเป็นตัวทำลายมากกว่าตัวไวรัสจริงๆ เสียอีก การฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์ใหม่อีกครั้งก็ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดเสมอไป ยิ่งแย่ไปกว่านั้นถ้าทำไปโดยยังไม่ได้มีการสำรองข้อมูลขึ้นมาก่อน การแก้ไขนั้นถ้าผู้ใช้มีความรู้เกี่ยวกับไวรัสที่กำลังติดอยู่ว่าเป็นประเภทใดก็จะช่วยได้อย่างมาก และข้อเสนอแนะต่อไปนี้อาจจะมีประโยชน์ต่อท่าน



บูตเครื่องใหม่ทันทีที่ทราบว่าเครื่องติดไวรัส



เมื่อทราบว่าเครื่องติดไวรัสให้ทำการบูตเครื่องใหม่ทันที โดยเรียกดอสขึ้นมาทำงานจากฟลอปปีดิสก์ที่ได้เตรียมไว้ เพราะถ้าไปเรียกดอสจากฮาร์ดดิสก์ เป็นไปได้ว่าตัวไวรัสอาจกลับเข้าไปในหน่วยความจำได้อีก เมื่อเสร็จขั้นตอนการเรียกดอสแล้ว ห้ามเรียกโปรแกรมใดๆ ก็ตามในดิสก์ที่ติดไวรัส เพราะไม่ทราบว่าโปรแกรมใดบ้างที่มีไวรัสติดอยู่



เรียกโปรแกรมไวรัสขึ้นมาตรวจหาและทำลาย





ให้เรียกโปรแกรมตรวจจับไวรัส เพื่อตรวจสอบดูว่ามีโปรแกรมใดบ้างติดไวรัส ถ้าโปรแกรมตรวจหาไวรัสที่ใช้อยู่สามารถกำจัดไวรัสตัวที่พบได้ก็ให้ลองทำดู แต่ก่อนหน้านี้ให้ทำการคัดลอกเพื่อสำรองโปรแกรมาที่ติดไวรัสไปเสียก่อน โดยโปรแกรมจัดการไวรัสบางโปรแกรมสามารถสั่งให้ทำสำรองโปรแกรมที่ติดไวรัสไปเป็นอีกชื่อหนึ่งก่อนที่จะกำจัดไวรัส เช่น MSAV ของดอสเอง เป็นต้น

การทำสำรองก็เพราะว่า เมื่อไวรัสถูกกำจัดออกจากโปรแกรมไป โปรแกรมนั้นอาจไม่สามารถทำงานได้ตามปกติหรือทำงานไม่ได้เลยก็เป็นไปได้ วิธีการตรวจขั้นต้น คือ ให้ลองเปรียบเทียบขนาดของโปรแกรมหลังจากที่ถูกกำจัดไวรัสไปแล้วกับขนาดเดิม ถ้ามีขนาดน้อยกว่าแสดงว่าไม่สำเร็จ หากเป็นเช่นนั้นให้เอาโปรแกรมที่ติดไวรัสที่สำรองไว้ แล้วหาโปรแกรมจัดการไวรัสตัวอื่นมาใช้แทน แต่ถ้ามีขนาดมากกว่าหรือเท่ากับของเดิม เป็นไปได้ว่าการกำจัดไวรัสอาจสำเร็จ โดยอาจลองเรียกโปรแกรมตรวจหาไวรัสเพื่อทดสอบโปรแกรมอีกครั้ง

หากผลการตรวจสอบออกมาว่าปลอดเชื้อ ก็ให้ลองเรียกโปรแกรมที่ถูกกำจัดไวรัสไปนั้นขึ้นมาทดสอบการทำงานดูอย่างละเอียดว่าเป็นปกติดีอยู่หรือไม่อีกครั้ง ในช่วงดังกล่าวควรเก็บโปรแกรมนี้ที่สำรองไปขณะที่ติดไวรัสอยู่ไว้ เผื่อว่าภายหลังพบว่าโปรแกรมทำงานไม่เป็นไปตามปกติ ก็สามารถลองเรียกโปรแกรมจัดการไวรัสตัวอื่นขึ้นมากำจัดต่อไปในภายหลัง แต่ถ้าแน่ใจว่าโปรแกรมทำงานเป็นปกติดี ก็ทำการลบโปรแกรมสำรองที่ยังติดไวรัสอยู่ทิ้งไปทันที เป็นการป้องกันไม่ให้มีการเรียกขึ้นมาใช้งานภายหลังเพราะความบังเอิญได้